> ## Content Index
> Fetch the complete content index at: https://forexbrokerguides.ghost.io/llms.txt
> Use this file to discover other available public pages before exploring further.

# EXNESS สเปรดเท่าไหร่? เปรียบเทียบสเปรดแต่ละบัญชีและค่าใช้จ่าย 2026
- URL: https://forexbrokerguides.ghost.io/exness-spread-how-much-compare-account-types-trading-costs-2026/
- Published: 2026-10-16T04:10:00.000Z
- Updated: 2026-10-16T04:10:00.000Z
- Description: ห้องทดลองตัวเลขสำหรับตอบว่า EXNESS สเปรดเท่าไหร่ เทียบต้นทุนของแต่ละบัญชีด้วยสูตรที่ตรวจเองได้ พร้อมคำเตือนกฎหมายสำหรับผู้อ่านในไทย
- Author: TD trader
- Tags: Exness, #Import 2026-10-19 09:55

🧪 **EXNESS สเปรดเท่าไหร่?** ถ้าคุณหวังจะได้ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ตลอดไป บทความนี้จะทำให้ผิดหวัง เพราะสเปรดเป็นตัวเลขที่ "ขยับ" ตามตราสาร ช่วงเวลา สภาพคล่อง และประเภทบัญชี แต่สิ่งที่คุณจะได้คือ **ห้องทดลองต้นทุน** ที่สอนให้คำนวณต้นทุนจริงต่อรอบการซื้อขายด้วยตัวเอง และอ่านตัวเลขจากต้นทางได้ถูกต้อง

⚖️ **ข้อควรระวังทางกฎหมายสำหรับผู้อ่านในไทย:** สัญญาซื้อขายล่วงหน้าและการชักชวนลงทุนอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. (SEC Thailand) ส่วนการโอนเงินระหว่างประเทศอยู่ภายใต้กรอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ได้ระบุว่า EXNESS หรือโบรกเกอร์ใดได้รับใบอนุญาตในไทย ไม่ได้ชวนให้โอนเงิน และไม่ได้แนะนำให้หลีกเลี่ยงกฎหมาย โปรดตรวจรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตและรายชื่อเตือนภัยของ ก.ล.ต. และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ 🔍

🔥 **ก้าวต่อไปของคุณ:** ก่อนเชื่อตัวเลขจากบทความใด ๆ ให้อ่านตัวเลขล่าสุดจากต้นทางโดยตรง [เปิดหน้ารายละเอียดตราสารของ EXNESS เพื่ออ่านสเปรดและคอมมิชชันล่าสุดจากต้นทาง](https://one.exnessonelink.com/boarding/sign-up/a/tur) แล้วเปิดหน้าสเปคของตราสารที่คุณสนใจ

## 🔬 การทดลองที่ 1: สเปรดคืออะไรในเชิงตัวเลข

สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Ask (ราคาที่คุณซื้อ) และราคา Bid (ราคาที่คุณขาย) เมื่อเปิดคำสั่งซื้อ คุณเริ่มต้นด้วยการ "ติดลบ" เท่ากับสเปรดทันที ตัวอย่างสมมติ EURUSD แสดง Bid 1.08500 และ Ask 1.08510 สเปรดเท่ากับ 0.00010 หรือ 1.0 พิป

สำหรับ 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วย) 1 พิปมีค่าประมาณ 10 ดอลลาร์ ดังนั้นสเปรด 1.0 พิป เท่ากับต้นทุนประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต สำหรับ 0.01 ล็อต ต้นทุนเท่ากับประมาณ 0.10 ดอลลาร์ ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างเพื่อสอนการคิด ไม่ใช่ค่าสเปรดจริง

## 🔬 การทดลองที่ 2: ทำไมสเปรด "เฉลี่ย" และสเปรด "ที่คุณเจอ" ไม่เท่ากัน

ผู้ให้บริการมักแสดงสเปรดเฉลี่ยหรือสเปรดต่ำสุดในหน้าสเปค แต่สเปรดที่คุณเจอจริงอาจกว้างกว่า โดยเฉพาะ

- 📰 **ช่วงข่าวสำคัญ:** เช่น ประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือตัวเลขการจ้างงาน สภาพคล่องลดลงชั่วขณะ
- 🌙 **ช่วงเปลี่ยนวัน:** ช่วงรอยต่อของตลาดที่ปริมาณซื้อขายบางเบา
- 🎢 **ช่วงตลาดผันผวนสูง:** เมื่อราคากระโดดแรง ผู้ทำตลาดขยายสเปรดเพื่อป้องกันความเสี่ยง
- 🕰️ **ช่วงตลาดเพิ่งเปิดวันจันทร์:** ราคายังไม่นิ่ง

บทเรียนคือ อย่าคำนวณกลยุทธ์โดยใช้สเปรดต่ำสุด ให้ใช้ตัวเลขระดับกลางถึงแย่ที่สุดที่คุณสังเกตจริงจากบัญชีทดลองในเวลาที่คุณตั้งใจเทรด

## 🔬 การทดลองที่ 3: เทียบ สเปรดกว้างไม่มีคอมมิชชัน กับ สเปรดแคบมีคอมมิชชัน

ลองเทียบบัญชีสองแบบด้วยตัวเลขสมมติ

- 🅰️ **บัญชีแบบ A (กลุ่ม Standard):** สเปรด EURUSD 1.0 พิป ไม่มีคอมมิชชัน ต้นทุน 10 ดอลลาร์ต่อล็อต
- 🅱️ **บัญชีแบบ B (กลุ่ม Raw/Zero):** สเปรด 0.1 พิป คอมมิชชัน 7 ดอลลาร์ต่อล็อตรอบเปิดปิด ต้นทุน 1 + 7 = 8 ดอลลาร์ต่อล็อต

ผลต่าง 2 ดอลลาร์ต่อล็อต ถ้าเทรดเดือนละ 30 ล็อต ต่างกัน 60 ดอลลาร์ แต่ถ้าสเปรดจริงของบัญชี A ในช่วงที่คุณเทรดอยู่ที่ 1.4 พิป และบัญชี B ขยับเป็น 0.3 พิป ผลต่างจะเปลี่ยนไป นี่คือเหตุผลที่ต้องวัดจริง

## 🔬 การทดลองที่ 4: ทองคำ น้ำมัน ดัชนี และคริปโต ไม่เหมือนคู่เงินหลัก

ตราสารต่างชนิดมีหน่วยสเปรดต่างกัน ทองคำ (XAUUSD) มักแสดงเป็นจุดหรือเซ็นต์ ซึ่งคนใหม่สับสนง่าย ถ้าสเปรดทอง 0.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสัญญา 1 ล็อต เท่ากับ 100 ออนซ์ ต้นทุนสเปรดต่อล็อตเท่ากับ 20 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตัวอย่างคู่เงินหลักมาก ตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติ ให้ตรวจ Contract Size และสเปรดจริงในสเปคทุกครั้ง

## 🔬 การทดลองที่ 5: สวอป ต้นทุนที่แอบอยู่ข้ามคืน

หากถือสถานะข้ามคืน จะมีสวอปคิดเพิ่มหรือลดตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด ซึ่งขึ้นกับตราสารและทิศทางสถานะ และมักมีวันที่คิดสามเท่าในแต่ละสัปดาห์ ตัวอย่างสมมติ สวอป -6 ดอลลาร์ต่อล็อตต่อคืน ถ้าถือ 5 คืนก็เป็นต้นทุนเพิ่ม 30 ดอลลาร์ต่อล็อต ซึ่งอาจมากกว่าสเปรดเสียอีก ใครที่เทรดระยะยาวควรให้ความสำคัญกับสวอปไม่น้อยกว่าสเปรด

## 🔬 การทดลองที่ 6: ค่าใช้จ่ายนอกแพลตฟอร์ม

ต้นทุนการเทรดที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงสเปรด คอมมิชชัน และสวอป ยังมี

- 🏦 ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศของธนาคาร
- 💱 ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อแปลงบาทเป็นดอลลาร์
- 🧾 ภาษีที่อาจเกิดจากรายได้
- 🛜 ค่าอินเทอร์เน็ตและเครื่องมือวิเคราะห์ที่ใช้เพิ่มเติม

## 📐 สูตรคำนวณต้นทุนต่อรอบที่คุณใช้ซ้ำได้

**ต้นทุนต่อรอบ = (สเปรดเป็นพิป × มูลค่าต่อพิป × จำนวนล็อต) + (คอมมิชชันต่อล็อต × จำนวนล็อต) + สวอปรวม**

ตัวอย่างสมมติ: เปิด 0.5 ล็อต สเปรด 0.8 พิป มูลค่าต่อพิปของ 1 ล็อต 10 ดอลลาร์ คอมมิชชัน 6 ดอลลาร์ต่อล็อต ไม่ถือข้ามคืน

(0.8 × 10 × 0.5) + (6 × 0.5) = 4 + 3 = 7 ดอลลาร์ต่อรอบ

บันทึกตารางต้นทุนแบบนี้ทุกคำสั่ง เมื่อครบหนึ่งเดือน คุณจะรู้ว่าต้นทุนกินกำไรหรือเพิ่มขาดทุนไปแค่ไหน

## 🧭 สเปรดแบบคงที่ กับแบบลอยตัว

ผู้ให้บริการบางรายเสนอสเปรดคงที่ ซึ่งคาดเดาได้แต่โดยทั่วไปกว้างกว่า ส่วนแบบลอยตัวแคบในยามปกติแต่ขยายเมื่อตลาดผันผวน ทั้งสองแบบไม่มีแบบใดดีกว่าเสมอ ขึ้นกับสไตล์ ผู้ที่เทรดช่วงข่าวมักชอบความแน่นอน ส่วนผู้ที่เทรดช่วงตลาดปกติอาจชอบแบบลอยตัว

## 🔍 วิธีวัดสเปรดจริงแบบทำเองสามวัน

1. เปิดบัญชีทดลองและเพิ่มตราสารที่สนใจใน Market Watch พร้อมเปิดคอลัมน์สเปรด
2. จดสเปรดทุกชั่วโมงในช่วงที่คุณตั้งใจเทรดเป็นเวลาสามวัน รวมช่วงที่มีข่าวสำคัญ
3. หาค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด
4. ใช้ค่าที่อยู่ระหว่างค่าเฉลี่ยกับค่าสูงสุดในการวางแผน

## 🔀 เทียบต้นทุนกับผู้ให้บริการอื่นอย่างยุติธรรม

ต้นทุนของผู้ให้บริการหนึ่งจะเข้าใจชัดขึ้นเมื่อเทียบกับรายอื่น [ดูข้อมูลบัญชี Razor ของ Pepperstone เป็นตัวเทียบต้นทุน](https://trk.pepperstonepartners.com/aff%5Fc?offer%5Fid=367&aff%5Fid=33954) เพื่อดูโครงสร้างบัญชีแบบสเปรดต่ำที่เผยแพร่ และ [ตรวจโครงสร้างต้นทุนของ FxPro เพื่อประกอบการคำนวณ](https://www.fxpro.com/?ib=78295012) เพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขของตราสารเดียวกัน การเทียบข้อมูลเป็นเพียงการศึกษา ไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นให้บริการหรือได้รับอนุญาตสำหรับลูกค้าในไทย และการมีต้นทุนต่ำไม่ได้ลดความเสี่ยงของการเทรด 🧮

## 🚩 ข้อผิดพลาดเรื่องสเปรดที่พบบ่อย

1. ดูแต่สเปรดแล้วลืมคอมมิชชัน
2. เทียบตัวเลขโฆษณาแทนตัวเลขที่วัดจริง
3. เปิดคำสั่งตอนข่าวออกเพราะอยากเก็บกำไรเร็ว
4. ลืมสวอปเมื่อถือสถานะหลายวัน
5. เทรดตราสารที่มีสเปรดกว้างด้วยขนาดล็อตที่ตั้งไว้สำหรับคู่เงินหลัก
6. เชื่อว่าสเปรดต่ำแปลว่ากำไรง่าย ทั้งที่การขาดทุนจากการวิเคราะห์ผิดใหญ่กว่าต้นทุนมาก

## ❓ คำถามที่พบบ่อย

**สเปรดเริ่มต้นเท่าไร?** แตกต่างกันตามบัญชีและตราสาร ให้ดูในหน้าสเปคและวัดจริงบนบัญชีทดลอง

**บัญชีไหนถูกที่สุด?** ขึ้นกับตราสาร ปริมาณเทรด และเวลาที่เทรด ต้องคำนวณรวมกับคอมมิชชัน

**สเปรดเปลี่ยนไหม?** เปลี่ยนตามสภาพตลาด ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา

**ผู้อ่านในไทยฝากถอนอย่างไรให้ถูกกฎหมาย?** บทความนี้ตอบแทนไม่ได้ กรุณาสอบถามธนาคารและที่ปรึกษากฎหมาย

## 🧑‍🔬 กรณีศึกษาสมมติ: ต้นทุนรายเดือนของเทรดเดอร์สามสไตล์

ตัวเลขต่อไปนี้สมมติขึ้นเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่ผลการเทรดจริงและไม่ใช่คำแนะนำ

**⚡ สคัลเปอร์:** เปิดวันละ 20 คำสั่ง ขนาด 0.2 ล็อต เดือนหนึ่งมี 20 วันเทรด รวม 400 คำสั่ง หรือ 80 ล็อต ถ้าต้นทุนเฉลี่ย 8 ดอลลาร์ต่อล็อต ต้นทุนรวม 640 ดอลลาร์ต่อเดือน ถ้าบัญชีมีเงินทุน 2,000 ดอลลาร์ แปลว่าต้องทำกำไรกว่า 32 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเพียงเพื่อเสมอตัว นี่คือเหตุผลที่สคัลเปอร์ให้ความสำคัญกับต้นทุนสุดขีด และเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ควรเริ่มด้วยสไตล์นี้

**🌤️ สวิงเทรดเดอร์:** เปิดสัปดาห์ละ 3 คำสั่ง ขนาด 0.1 ล็อต ถือ 3 คืนต่อคำสั่ง ต้นทุนสเปรดตกคำสั่งละ 1 ดอลลาร์ แต่สวอปอาจเป็น 0.6 ดอลลาร์ต่อคืน รวมเป็นราว 2.8 ดอลลาร์ต่อคำสั่ง ต้นทุนหลักของสไตล์นี้คือสวอปและการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ใช่สเปรด

**🐢 นักลงทุนระยะยาว:** ถือหลายสัปดาห์ สวอปสะสมกลายเป็นตัวแปรหลัก ผู้ที่คิดจะถือ CFD ระยะยาวควรตรวจอัตราสวอปล่วงหน้า เพราะอาจทำให้ผลตอบแทนติดลบแม้ราคาไปทางเดียวกับที่คาด

## ⏰ สเปรดกับเวลา: ช่วงไหนที่มักกว้างและช่วงไหนที่มักแคบ

โดยทั่วไป ตลาดมีสภาพคล่องสูงเมื่อศูนย์กลางการเงินใหญ่เปิดทำการพร้อมกัน ช่วงเวลาตามเวลาประเทศไทยที่มักถูกกล่าวถึง

- 🕑 ช่วงบ่ายถึงเย็น ตลาดยุโรปเปิด สภาพคล่องเพิ่มขึ้น
- 🌆 ช่วงค่ำถึงดึก ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อน สภาพคล่องสูงแต่ราคาผันผวน
- 🌌 ช่วงเช้ามืดหลังตลาดนิวยอร์กปิด สภาพคล่องบางลงและสเปรดอาจกว้างขึ้น
- 📅 ช่วงเปิดและปิดสัปดาห์ สเปรดมักไม่คงที่

เวลาที่แน่นอนเปลี่ยนตามเวลาออมแสงของสหรัฐและสหราชอาณาจักร จึงควรตรวจตารางเวลาตลาดล่าสุดของแพลตฟอร์มที่ใช้

## 🧾 ตารางจดต้นทุนที่แนะนำให้ทำเอง

ให้ทำตารางในสมุดหรือสเปรดชีตที่มีคอลัมน์ต่อไปนี้ วันที่ ตราสาร ทิศทาง ขนาดล็อต สเปรดตอนเข้า คอมมิชชัน สวอป กำไรขาดทุนก่อนต้นทุน กำไรขาดทุนหลังต้นทุน และหมายเหตุสาเหตุที่เข้าเทรด เมื่อครบ 30 คำสั่ง ให้คำนวณสัดส่วนต้นทุนต่อกำไรขาดทุนก่อนต้นทุน ถ้าสัดส่วนนั้นสูงมาก แปลว่าคุณเทรดบ่อยเกินไปหรือเลือกตราสารที่ต้นทุนสูงเกินความจำเป็น 📒

## 🛡️ ตรวจสอบก่อนเชื่อตัวเลขของโบรกเกอร์ทุกราย

1. ตัวเลขนั้นมีวันที่อัปเดตหรือไม่ และมาจากหน้าทางการหรือไม่
2. ตัวเลขนั้นเป็นค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุด หรือค่าทั่วไป
3. มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ช่วงเวลา ปริมาณ หรือประเภทลูกค้าหรือไม่
4. ตัวเลขสอดคล้องกับที่เห็นบนบัญชีทดลองหรือไม่
5. บุคคลที่ให้ตัวเลขมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เช่น ได้ค่าตอบแทนจากการแนะนำ (บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร จึงควรตรวจข้อมูลซ้ำจากต้นทางเสมอ)

## 🎚️ เลเวอเรจ ขนาดล็อต และสเปรด: ความสัมพันธ์ที่มักถูกลืม

สเปรดเป็นต้นทุนคงที่ต่อหน่วยการซื้อขาย แต่ผลกระทบต่อเงินทุนขึ้นกับขนาดสถานะ ถ้าคุณใช้เลเวอเรจสูงเพื่อเปิดสถานะใหญ่ สเปรดที่ดูเล็กจะกลายเป็นก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับเงินทุน ตัวอย่างสมมติ เงินทุน 200 ดอลลาร์ เปิด 1 ล็อต สเปรดหนึ่งพิป เท่ากับต้นทุน 10 ดอลลาร์ หรือ 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทันทีที่เปิดคำสั่ง ก่อนราคาจะเคลื่อนไหวแม้แต่จุดเดียว นี่คือเหตุผลที่ผู้เริ่มต้นควรใช้ขนาดล็อตที่เล็กมากและจับตาต้นทุนเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุน ไม่ใช่เป็นตัวเลขดอลลาร์เดี่ยว ๆ 🎯

## 🧠 สเปรดต่ำไม่ใช่เหตุผลให้เทรดบ่อยขึ้น

เมื่อต้นทุนถูกลง หลายคนรู้สึกว่าเปิดคำสั่งได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกับดักทางพฤติกรรม การเทรดบ่อยขึ้นเพิ่มโอกาสที่จะตัดสินใจผิดและเพิ่มต้นทุนรวม แม้ต้นทุนต่อรอบจะถูกลง ลองตั้งเพดานจำนวนคำสั่งต่อวันไว้ล่วงหน้า และใช้ต้นทุนที่ประหยัดได้เป็นเครื่องมือลดความเสี่ยง ไม่ใช่เหตุผลให้เพิ่มความถี่ 🧘

## 📝 ตัวอย่างหน้าสเปคที่ควรอ่านให้ออก

เมื่อเปิดหน้ารายละเอียดตราสาร ให้มองหาข้อมูลต่อไปนี้พร้อมกัน ขนาดสัญญา ขนาดพิปหรือพอยต์ ขนาดล็อตต่ำสุด ขั้นการเพิ่มล็อต ค่าสเปรดโดยทั่วไป อัตราคอมมิชชัน อัตราสวอปซื้อและขาย เลเวอเรจสูงสุดของตราสารนั้น และเวลาเปิดปิด หากข้อใดไม่เข้าใจ ให้ถามฝ่ายสนับสนุนผ่านพื้นที่ส่วนตัวก่อนเปิดคำสั่งจริง ไม่ควรเดา เพราะความเข้าใจผิดเรื่องหน่วยเพียงข้อเดียวอาจทำให้ขนาดความเสี่ยงต่างจากที่คิดไว้ถึงสิบเท่า 📏

## 🏁 สรุป: ตัวเลขที่ดีที่สุดคือตัวเลขที่คุณวัดเอง

จดสเปรด คำนวณต้นทุน เปรียบเทียบสองสามบัญชี และเลือกด้วยข้อมูลของตัวเอง 📊 ต้นทุนต่ำเป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอให้ตัดสินใจ ต้องดูเรื่องกฎหมายและความเสี่ยงควบคู่ไปเสมอ

⚠️ การเทรด CFD และฟอเร็กซ์เสี่ยงสูง ผู้ลงทุนรายย่อยจำนวนมากขาดทุน ตรวจรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตและรายชื่อเตือนภัยของ ก.ล.ต. ก่อนใช้บริการทุกครั้ง

## 📌 Important: CFD Risk Warning and Disclosure

CFDs and leveraged forex are complex instruments. Because you trade on margin, a small price move against you can remove a large part of your balance quickly, and a majority of retail traders lose money when trading CFDs. Before you open or fund any account, make sure you understand how leverage, margin, swaps and stop-outs work, and only trade with money you can afford to lose. Examples in this article are illustrations, not forecasts, and past performance is not a reliable guide to future results.

*Disclaimer: this article is general information and education only. It is not financial, investment, tax or legal advice, and it is not a recommendation to open an account with any provider. Broker conditions, licences, payment methods and local laws change; confirm the current position on the broker's official website, with the relevant regulator and, where needed, with a qualified adviser.*

🔗 Affiliate notice: we may earn a referral commission when readers open accounts via links here; your costs stay the same.